นาฬิกา

นาฬิกา ร้านนาฬิกามือสอง จำหน่ายครบ ที่นี่ที่เดียวของแท้

นาฬิกา watchแบรนด์ดัง เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัดเวลา ซึ่งผลิตโดยบริษัทหรือแบรนด์ที่โด่งดังและก็ความน่าวางใจในแวดวงwatch มักมีการวางแบบที่สวยรวมทั้งประสิทธิภาพการสร้างที่ดี เป็นเครื่องหมายของความสวยหรูและก็สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จำนวนมากนิยมใช้สำหรับเพื่อการแสดงความเป็นตัวตนแล้วก็ความเป็นหัวหน้าในแวดวงแล้วก็สังคม การเป็นเจ้าของwatchแบรนด์ดังมักนับได้ว่าเป็นสิทธิพิเศษรวมทั้งการลงทุนที่มีคุณค่า

ความหมายของwatchแบรนด์ดังยังได้รับการเชื่อถือจากคนซื้อในด้านประสิทธิภาพและก็การออกแบบที่เด่น มีความเป็นเอกลักษณ์ที่ผิดแผกแตกต่างออกไปจากแบรนด์อื่นๆซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากประวัติศาสตร์ที่ช้านานและก็ความชำนาญสำหรับการผลิตwatch พูดได้ว่าwatchแบรนด์ดังเป็นเครื่องหมายของความหรูหราโอ่อ่ารวมทั้งความเสถียรภาพในแวดวงwatchโลกและก็มักเป็นที่เรียกร้องของผู้ที่อยากได้สิ่งที่มีคุณภาพและก็มีค่าในชีวิตประจำวัน แนวทางในการเลือกซื้อwatchแบรนด์ดังมักเป็นการลงทุนที่มีคุณค่าในระยะยาวรวมทั้งเป็นสิทธิพิเศษที่มีความจำเป็นในแวดวงและก็สังคม

ยิ่งไปกว่านั้น วิธีสำหรับการเลือกซื้อwatchแบรนด์ดังยังเป็นการแสดงถึงรสนิยมแล้วก็วัฒนธรรมของผู้ใช้งานด้วย เพราะเหตุว่ามีความมากมายในสไตล์แล้วก็วางแบบของwatchแต่ละรุ่น ยกตัวอย่างเช่น บางบุคคลบางทีอาจเผลอไผลในwatchที่มีดีไซน์คลาสสิกแล้วก็เรียบง่าย ในขณะบางบุคคลถูกใจwatchที่มีการดีไซน์นำสมัยและก็ล้ำยุค เมื่อคุณเลือกใส่watchแบรนด์ดัง มันยังมีผลต่อการผลิตบรรยากาศแล้วก็ความมั่นใจในตัวคุณเองด้วย ยิ่งกว่านั้นยังมีส่วนของความจำแล้วก็ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับวิธีการสำหรับเลือกซื้อwatchแบรนด์ตามที่สร้างความสำราญแล้วก็ความชอบใจสำหรับการใช้งานโดยตลอด

นอกเหนือจากนั้นแนวทางในการเลือกซื้อwatchแบรนด์ดังยังเป็นการลงทุนที่มีค่าในอนาคต นาฬิกา เนื่องมาจากwatchแบรนด์ดังมักมีมูลค่าที่คงเดิมหรือบางทีอาจมากขึ้นตรงเวลา เป็นที่กระจ่างที่นักสะสมwatchคนจำนวนไม่น้อยปรารถนารักษาไว้เป็นสิทธิพิเศษ นอกเหนือจากนั้นการสั่งสมwatchแบรนด์ดังยังเกิดเรื่องที่สนุกรวมทั้งท้า ซึ่งบางทีอาจเป็นการต่อรองสำหรับเพื่อการหาดีลที่ดีเยี่ยมที่สุดหรือการตามล่าผลิตภัณฑ์หายาก ดังนั้น แนวทางในการเลือกซื้อwatchแบรนด์ดังไม่เพียงแค่เป็นการซื้อข้าวของ แต่ว่ายังเป็นการสร้างประสบการณ์แล้วก็ความจำที่มีค่าไว้ภายในตัวของคุณด้วย

นาฬิกา

การรับซื้อรวมทั้งขายwatchเป็นกิจกรรมที่มีความนิยมชมชอบในวงกลมนักสะสมwatchและก็คนที่พึงพอใจในแวดวงwatchล้นหลาม watchไม่เพียงแค่เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดเวลาแต่ว่ายังเป็นเครื่องหมายของความเลิศหรูแล้วก็ความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันออกไปของบุคคล การรับซื้อรวมทั้งขายwatchมีเหตุมีผลหลักอยู่ที่ความพอใจในwatchจากผู้คนทั่วๆไปแล้วก็นักสะสมwatch โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับwatchที่โด่งดังและก็มีค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าเกิดคุณอยากรับซื้อwatch เครื่องwatchหลายแบรนด์มักมีความพร้อมเพรียงที่จะซื้อเพื่อคืนเงินสดหรือเปลี่ยนกับwatchอื่นที่คุณพึงพอใจ การรับซื้อwatchมักมีข้อเด่นที่สำคัญยกตัวอย่างเช่น ความสบายสำหรับเพื่อการได้รับเงินในทันที แล้วก็การลดจุดด้วยสำหรับในการขายผ่านหนทางอื่น ได้แก่ แนวทางการขายผ่านเว็บหรือร้านค้าwatch นอกเหนือจากนี้การรับซื้อwatchยังเป็นลู่ทางที่ดีสำหรับผู้ที่อยากได้จำกัดเวลาสำหรับเพื่อการขายแล้วก็อยากแลกในทันทีทันใด

ในทางตรงกันข้าม วิธีขายwatchยังเป็นหนทางที่ดีสำหรับผู้ที่อยากกู้หนี้ยืมสินทุนหรืออยากได้เงินสดสำหรับการใช้ในจุดหมายต่างๆแนวทางการขายwatchยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับในการเปลี่ยนหรืออัพเกรดคอลเลคชันของwatchของคุณ นอกนั้นยังสามารถเข้าถึงหนทางวิธีขายที่นานัปการยกตัวอย่างเช่น ร้านค้าwatchที่เป็นที่รู้จัก ห้างสรรพสินค้า และยังรวมไปถึงวิธีขายออนไลน์ผ่านเว็บหรือแพลตฟอร์มการค้าขายเชื่อใจได้

แม้กระนั้น สำหรับการรับซื้อและก็ขายwatchมีความจำเป็นที่จะกระทำประมาณคุณค่าwatchอย่างถูกแนวทาง โดยการใช้ผู้ชำนาญหรือตัวกลมนักวิเคราะห์watchเพื่อตีค่าให้ถูกต้องแม่นยำและก็เป็นฐานสำหรับในการตกลงใจสำหรับเพื่อการรับซื้อแล้วก็ขายwatchอย่างเหมาะควร

Classic Fusion Aerofusion Titanium 45 mm | Hublot US

นาฬิกา ผ่าเหตุผลทำไม Hublot Aerofusion ถึงเป็นwatchที่นักสะสมรุ่นเยาว์ต่างมองหา

ประวัติศาตร์แห่งกาลเวลา โดยเฉพาะต้นกำเนิดของเครื่องบอกเวลาอย่าง ‘นาฬิกา’ ถือว่าเป็นสิ่งที่มีมาอย่างยาวนาน watchแบรนด์คลาสสิกที่เรารู้จัก บางแบรนด์เองก็มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และ 19 จนถึงศตวรรษเอกลักษณ์จากการออกแบบอันไร้กาลเวลาก็ยังอยู่ดำรงมาจวบจนถึงปัจจุบัน

ผู้คนจำนวนมากหลงใหลในเรือนเวลาแสนคลาสสิก แต่ผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งเองก็ให้ความสำคัญในการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมwatch ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

เมื่อพูดถึงเรื่องความมีชีวิตชีวาที่ปรากฏบนเรือนwatch หลาย ๆ คนคงนึกถึงแบรนด์น้องใหม่ อายุน้อย จากอิตาลีได้เขย่าเทรนด์การแข่งขันภายในโลกแห่งเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่านับตั้งแต่ปี 1980 ด้วยการก้าวข้ามกรอบแห่งดีไซน์ที่ดูเหมือนถูกขีดเส้นไว้ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยยังคงคุณค่าแห่งกาลเวลาเอาไว้เต็มเปี่ยม

เรากำลังพูดถึง Hublot ซึ่งเป็นแบรนด์ที่รู้กันดีในแวดวงนักสะสมว่าเป็นแบรนด์watchที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปัจจุบัน การแสดงให้เห็นถึงแนวทางและขีดจำกัดของwatchเดิม ๆ เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของการทะลายขนบเก่า ๆ ที่ไม่มีใครกล้าเปลี่ยนแปลง

Hublot Classic Fusion ต้นกำเนิดยอดฮิต

Hublot เปิดตัวwatchเรือนแรกในปี 1980 โดย Carlo Crocco ชาวอิตาลี โดยwatchรุ่นเก่าแก่ของ Hublot นั้น ก็คือ Hublot Classic Fusion ท่ามกลางกระแสwatchสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นภาพแห่งความหรูหรา คือตัวเรือนที่เป็นโลหะเงิน ทอง มีสายเป็นโลหะหรือหนังแท้ แต่ Hublot Classic Fusion watch กลับถูกสร้างขึ้นมาด้วยดีไซน์โดดเด่นเฉพาะตัว อย่างการผสมผสานตัวเรือนที่เป็น Yellow Gold ให้เข้ากับสายรัดข้อมือที่ผลิตจากยางได้อย่างลงตัว ตามคอนเซปต์ “Art of Fusion” หรือ “ศิลปะแห่งการผสมผสาน” ด้วยการผสานความหรูหราแบบดั้งเดิมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว และถือเป็นเรื่องน่าดีใจ ที่ความแปลกใหม่นี้กลับกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักแสดงชื่อดัง ดารา นักกีฬาและราชวงศ์

Hublot Big Bang ความมหัศจรรย์จาก Biver

ย้อนกลับไปในปี 2004 เมื่อผู้คร่ำหวอดในวงการwatchอย่าง Jean-Claude Biver ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO ของ Hublot เขาริเริ่มแนวคิด “Art of Fusion” ขึ้นมา โดยแนวคิดนี้ได้สื่อถึงการเลือกใช้การผสมผสานวัสดุที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงลงไปในwatch เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ซึ่งคอนเซปต์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Hublot Big Bang ในปี 2005 ไม่เพียงแค่การให้กำเนิดwatchที่สะเทือนโลกแห่งกาลเวลาเท่านั้น Biver ได้ทำการพลิกโฉมแบรนด์ใหม่ ให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่ออกมา โดยการกำหนดกลุ่มเป้าใหม่ที่มีแนวโน้มจะเริ่มหันมาสนใจwatch นั่นก็คือกลุ่ม ‘New Money’ หรือเศรษฐีหน้าใหม่นั่นเอง

ตัวแทนของวัยหนุ่มสาวที่ต้องการทำลายกรอบของประเพณีดั้งเดิม

Biver เข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายใหม่ของเขา เขาคิดว่ากลุ่ม New Money อยากได้watchเรือนใหญ่ที่มีวัสดุล้ำสมัย สไตล์ที่โดดเด่นและสีสันฉูดฉาด ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ watchแบรนด์สวิสฯหรือแบรนด์คลาสสิกหลีกเลี่ยงที่จะทำ แต่สำหรับ Biver มองว่าเป็นช่องทางขยายตลาดและสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างงาม Hublot เริ่มต้นสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับสโมสรฟุตบอล แร็ปเปอร์ ทีม Formula 1 และผู้มีอิทธิพลทางสื่อ

กลุ่มเป้าหมายดูเหมือนจะชอบใจที่ได้เห็น Hublot ปรากฏบนข้อมือของซูเปอร์สตาร์ เช่น นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส Kylian Mbappé, นักเทนนิสชื่อดังชาวเซอร์เบีย Novak Djokovic และคนดังในโซเชียลมีเดีย Chiara Ferragni เห็นได้ชัดว่าโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในชีวิตของคนหนุ่มสาวจำนวนมาก คนดังคนไหนใส่watchรุ่นอะไร ราคาเท่าไหร่ นั่นคือสิ่งที่แฟน ๆ สนใจ ทำให้แบรนด์ถูกเพิ่มมูลค่าขึ้นมาผ่านคนดังเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้การผงาดขึ้นของ Hublot จะสร้าง Norm ใหม่ ๆ ให้อุตสาหกรรมwatchมากแค่ไหน แต่ดีไซเนอร์ส่วนใหญ่ยังหลีกเลี่ยงการดีไซน์watchที่มีขนาดใหญ่ สีสันสดใส อยู่เหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้ Biver ได้มองเห็นจุดขายที่ไม่ซ้ำใครอีกครั้ง ในการที่จะสร้าง Hublot รุ่น Limited Edition ขึ้นมา เช่น Hublot Big Bang UNICO Blue Ceramic Blueberry Limited ที่มาพร้อมกับเรือนขนาดใหญ่โตและสีน้ำเงินฉูดฉาด แม้จะแตกต่างจากขนบwatchหรูแบรนด์อื่น แต่กลับเป็นที่ต้องการของตลาดภายใต้กลุ่มเป้าหมายที่ Hublot วางไว้

Serpenti Tubogas Watch 101923 | Bulgari

เปิดประวัติwatch Tudor ลูกรัก Rolex ความเหมือนอันแตกต่าง ที่ไม่ควรมองข้าม

เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านไม่ว่าจะเป็นนักสะสมwatchแบรนด์ดังมือโปรหรือมือสมัครเล่น คงจะเคยทราบมาบ้างว่าwatchแบรนด์ Tudor คือบริษัทในเครือของเจ้าผู้ครองตลาดwatchอย่าง Rolex

ต้นกำเนิดของ Tudor ถือกำเนิดขึ้นจากฝีมือของผู้ก่อตั้งคนเดียวกันกับ Rolex โดยในเดือนกุมภาพันธ์ของปี 1926 บริษัทผู้จัดจำหน่ายและผู้ผลิตwatchชื่อ Veuve de Philippe Hüther ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในชื่อ “The Tudor” ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ให้แก่ Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Rolex แต่เป็นการก่อตั้งและมอบให้กับ Veuve de Philippe Hüther เป็นผู้ดูแลต่อไป

ในยุคแรก นาฬิกา Tudor ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาในสไตล์ของเรือนทรงเหลี่ยมหรือทรงถังเบียร์ นาฬิกา ความสวยงามและคุณภาพในการผลิตล้วนแต่อยู่ภายใต้การดูแลของ Rolex อย่างใกล้ชิด

จนกระทั่งในปี 1936 Veuve de Philippe Hüther ได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่ Hans Wilsdorf และเป็นยุคเดียวกันที่ทางแบรนด์เริ่มนำสัญลักษณ์ดอกกุหลาบของราชวงศ์ Tudor มาใช้ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นโลโก้โล่ Tudor อย่างในปัจจุบัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความทนทานและสง่างาม

แต่กระนั้นก็ยังมีคำถามเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันถึงความเกี่ยวข้องของทั้งสองแบรนด์ ว่าในเมื่อทั้ง Tudor และ Rolex อยู่ในมือของบริษัทที่เป็นเครือเดียวกันนั้น มันจะมีความแตกต่างอย่างไรต่อwatchที่ผลิตออกมาทั้งสองแบรนด์อัตลักษณ์ที่ชัดเจนระหว่าง Tudor และ Rolexทั้งแบรนด์ Tudor และ Rolex เองต่างก็มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนเป็นของตนเอง แต่ในฐานะแบรนด์รุ่นน้องในเครือทำให้ Tudor มีความแตกต่างในด้านของการเป็นช่องทางให้กับการทดลองวัสดุใหม่ ๆ และสไตล์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Brand Identity จนเกินไป

จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า Rolex มีอัตลักษณ์อันทรงเกียรติและดูเป็นมืออาชีพ เอกลักษณ์ของ Rolex พบได้จากมรดกที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และครองตำแหน่งที่เน้นความหรูหรามากกว่าของ Tudor ดังนั้นคอลเลคชันส่วนใหญ่ของ Rolex จึงเป็นรุ่นดั้งเดิม เช่น Submariner, Daytona และ Datejust ซึ่งมีมานานหลายทศวรรษ ยังเน้นการใช้วัสดุแบบดั้งเดิม อย่างเหล็กและโลหะมีค่า เช่น Everose gold และ Oystersteel

นอกจากนั้นการเลือกแอมบาสเดอร์ของโรเล็กซ์ก็เป็นไปอย่างพิถีพิถัน ภาพลักษณ์ของพวกเขาเหล่านั้นจะต้องมีสถานะและเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เป็นคนที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงในด้านต่าง ๆ Roger Federer ซึ่ง James Cameron และ Martin Scorsese แต่ละคนที่ Rolex เลือกมานั้น ถือว่าเป็นระดับตำนานเลยทีเดียวกลับกันกับwatch Tudor แม้จะอยู่ภายใต้บริษัทแม่เดียวกัน แต่ก็นำเสนอตัวเองให้แตกต่าง ให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่เท่ สปอร์ต พร้อมลุย ส่งผลให้การออกแบบของ Tudor มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุสำหรับผลิตwatchที่ไม่ได้จำเจอยู่กับสิ่งเดิม ๆ จึงมีการใช้เหล็กกล้าไร้สนิม และยังทดลองใช้วัสดุที่มีความทนทานมากขึ้น เช่น บรอนซ์ ไทเทเนียม และไนลอน

ในขณะที่แอมบาสเดอร์ของ Tudor ขึ้นชื่อเรื่องภาพลักษณ์ที่โดดเด่น

เอกลักษณ์ที่ชัดเจน พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัด เช่น David Beckham ที่มีสไตล์ส่วนตัวที่โดดเด่น และ Lady Gaga ที่มาพร้อมกับดนตรีอันเร้าใจแม้ว่า Tudor ยังคงจัดอยู่ใน Tier watchแบรนด์หรู watch ซึ่งมีความล้ำหน้าด้านดีไซน์และวัสดุมากกว่า Rolex แต่ก็ยังถูกออกแบบมาให้ดูจับต้องได้ง่ายกว่าแบรนด์แม่ดีไซน์และสุนทรียศาสตร์เราสามารถสังเกตได้อย่างง่าย ๆ ว่า Rolex มีการออกแบบที่สามารถทำให้คนจำได้ทันที ตั้งแต่ Rolex Datejust สุดคลาสสิกไปจนถึง Rolex Submariner ที่สง่างามและทนทาน แม้แต่คนที่ไม่สะสมwatchก็ยังจำwatch Rolex ได้ทันทีดีไซน์watchโรเล็กซ์รุ่นต่าง ๆ ที่มีมาตั้งแต่ยุค 1940 – 1950 มีการเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก มีเพียงการผลิตเชิงเทคนิคเท่านั้นที่เป็นลูกเล่นใหม่ ๆ สำหรับwatchแบรนด์อมตะนี้ อย่างไรก็ดีนักสะสมหลาย ๆ คนก็ให้ความคิดเห็นว่า การที่แบรนด์ไม่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์อะไรมากมาย เพราะดีไซน์ที่คงไว้จากต้นกำเนิดนั้นเป็นดีไซน์แบบ “เหนือกาลเวลา” ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ๆ ก็ไม่มีตกยุค

  • ในขณะเดียวกัน Tudor กลับเป็นแบรนด์watchที่ทางบริษัทแม่ใช้ในการทดลองตลาด ทดลองการออกแบบ ทำให้รูปลักษณ์ของ Tudor ในบางรุ่นมีความแตกต่างด้านวัสดุและการออกแบบอยู่อย่างเห็นได้ชัดแม้ว่าwatchบางรุ่นอย่าง Tudor Submariner จะได้รับแรงบันดาลใจอย่างเปิดเผยจากโรเล็กซ์ แต่สำหรับ Tudor จะรู้สึกได้ถึงความ Adventure มากกว่า ผ่านการใช้วัสดุที่เป็นบรอนซ์ สายwatchผ้า รวมถึงการดีไซน์ที่ดูมีดีเทลหรือยุ่งเหยิงกว่า หาไม่ได้ในwatchโรเล็กซ์ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความคลาสสิกการเลือกใช้วัสดุและการผลิตRolex เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในการใช้วัสดุพรีเมียมและเป็นวัสดุที่ดีที่สุดเท่านั้น ถึงขั้นที่โรงงานwatchสามารถผลิตโลหะเป็นของตัวเองขึ้นมาได้ นับตั้งแต่ปี 2005 ที่โรเล็กซ์ได้สร้างสรรค์โลหะผสมทอง แพลทินัม สแตนเลสที่ใช้สำหรับโรงงานwatchของตัวเองทั้งยังมีวัสดุจากทอง 18k เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้รับความรู้สึกหรูหราและให้watchออกมาทนทาน แข็งแรงที่สุด ทั้งยังใช้ Oystersteel ในwatch ซึ่งเป็นโลหะผสมที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษซึ่งเป็นของตระกูล Steel 904L
  • ในขณะที่แบรนด์อื่น ๆ มักใช้โลหะผสมสแตนเลส 316L มาตรฐานสำหรับwatchโดยทั่วไป หรือการใช้วัสดุจาก supplier ในการผลิต จึงไม่น่าแปลกใจ หากการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมสูงตามมาตรฐาน จะทำให้มูลค่าของแบรนด์แม่และลูกแตกต่างกันอยู่พอประมาณอย่างไรก็ตาม ในเรื่องคุณภาพการประกอบ ความสามารถทางเทคนิคที่ใช้ผลิตwatchสำหรับแบรนด์ Tudor ยังคงเหมือนกับwatch Rolex ทุกประการ จึงมั่นใจได้เลยว่าwatchจาก Tudor มีความแม่นยำและทนทานเป็นอย่างสูง https://rcrec.org/